ทางบก.

1. คริกเกต

 เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง มีคนเล่นทีมละ 11 คน ทีม ก จัดให้คนหนึ่งเป็นผู้ขว้างลูก เรียกว่า bowler ทำการขว้างลูกไปยังไม้ที่ตั้งไว้บนสนามสามอัน เรียกว่า wickets ซึ่งทีม ข จัดคนมารักษา คนที่รักษา wickets เรียกว่า batsman และไม้ที่ถือตีลูกเรียกว่า bat ถ้าตีถูกลูกก็วิ่งวนไปเพื่อเอาแต้ม เรียกว่า runs จนกว่าพวกของทีม ก ที่อยู่ในสนาม คือ fielders จะนำลูกกลับมาได้

2.กริดไอเอิร์นฟุตบอล

เมริกันฟุตบอล (American football) เป็นกีฬาที่มีวิวัฒนาการมาจากรักบี้ ซึ่งวิวัฒนาการมาจาก ซ็อกเกอร์อีก ทอดหนึ่ง ในปีค.ศ. 1875 ลูกบอลที่มีรูปรีคล้ายไข่ ได้ถูกนำมาใช้เล่นรักบี้ และได้กลายเป็นลูกที่ใช้กันเป็นทางการในการเล่นฟุตบอล โดยในยุคแรกนั้น ไม่ได้มีขนาดเป็นมาตรฐานแต่อย่างใด ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาให้ลูกฟุตบอลรีนี้สามารถใช้ขว้างได้ง่ายขึ้น ตามหลักอากาศพลวัต (Aerodynamics) โดยให้ปลายลูกเล็กลงและสามารถปั่นหมุนได้ดีขึ้น 

3. เคอร์ลิง

ในการเล่นผู้เล่นแต่ละทีมจะต้องผลักก้อนหินแกรนิตรูปกลม เรียกว่า สโตน ให้ไถลไปบนลานน้ำแข็งให้เข้าใกล้เป้าหมายที่เรียกว่า โฮม โดยในระหว่างที่สโตนไถลไป จะมีผู้เล่นอีกสองคน ใช้อุปกรณ์มีลักษณะคล้ายไม้ถูพื้น คอยประคองและปรับเส้นทางการไถล โดยการถูน้ำแข็งบริเวณรอบๆ สโตน แต่ละทีมจะสลับกันผลักก้อนสโตน 8-10 ก้อน ให้เข้าใกล้โฮม และกระทบสโตนของฝ่ายตรงข้ามให้กระเด็นออกห่างโฮม คล้ายกับกีฬาเปตอง โดยผู้เล่นอีกคนหนึ่งอยู่บริเวณโฮมคอยชี้เป้าหมาย และใช้ไม้ถูปรับความเร็วของสโตนฝ่ายตัวเองหรือคู่แข่งที่ถูกกระทบ

4. เซปักตระกร้อ

ประวัติตะกร้อ ประวัติกีฬาตะกร้อไทย | ประวัติตะกร้อ สามารถอ้างอิงกีฬาชนิดนี้ได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1785 ซึ่งภาพศิลปะเรื่องรามเกียรติ์ มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ เป็นภาพ หนุมานกำลังเล่นเซปัก ตะกร้อ อยู่ท่ามกลางกองทัพลิง นอกเหนือจากหลักฐานภาพจิตรกรรมดังกล่าว

5. บาสเกตบอล

ประวัติตะกร้อ ประวัติกีฬาตะกร้อไทย | ประวัติตะกร้อ สามารถอ้างอิงกีฬาชนิดนี้ได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ ซึ่งสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1785 ซึ่งภาพศิลปะเรื่องรามเกียรติ์ มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ เป็นภาพ หนุมานกำลังเล่นเซปัก ตะกร้อ อยู่ท่ามกลางกองทัพลิง นอกเหนือจากหลักฐานภาพจิตรกรรมดังกล่าว

6. เบสบอล

 เป็นกีฬาประเภททีม โดยผู้เล่นที่รับ ที่เรียกว่า ผู้ขว้าง หรือ พิทเชอร์ (pitcher) จะขว้างลูกเบสบอล ซึ่งมีขนาดประมาณเท่ากำปั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2นิ้ว ให้ผู้เล่นทีมรุก ซึ่งเรียกว่า ผู้ตี หรือ แบตเตอร์(batter) นั้นทำการตีลูกด้วยไม้เบสบอล (bat)ซึ่งทำจากไม้หรืออะลูมิเนียม. การทำคะแนนในเกมนั้น จะได้จากการที่ แบตเตอร์วิ่งไปสัมผัส ฐาน หรือ เบส (base) ซึ่งวางอยู่ตามจุดต่าง ๆ 4 จุดตามลำดับโดยเริ่มตั้งแต่เบสแรกไปจนถึง โฮมเพลท และในบางครั้ง ถ้าผู้ตีได้ตีลูกบอลออกไปนอกสนามโดยอยู่ในเส้นฟาลว์ จะเรียกว่า โฮมรัน ซึ่งจะได้แต้มไป 1คะแนน. เบสบอลนั้นบางครั้งก็เรียกว่า ฮาร์ดบอล (hardball) หรือ บอลแข็ง เพื่อเป็นการระบุความแตกต่างจากกีฬาอีกประเภทหนึ่ง คือ ซอฟต์บอล (softball) ซึ่งมีลักษณะการเล่นคล้ายคลึงกัน

7. แบดมินตัน

กีฬาแบดมินตันจะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย และแบ่งการเล่นออกเป็น 2 ประเภท คือ “ประเภทเดี่ยว” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 1 คน และ “ประเภทคู่” แบ่งผู้เล่นออกเป็นฝ่ายละ 2 คน การเล่นรอบหนึ่งเรียกว่า 1 นัด นัดละ 3 เกม (บางคนเรียกเซต) ตัดสินแพ้ชนะ 2 ใน 3 เกม มีกำหนดคะแนนสูงสุด 21 คะแนน ฝ่ายใดทำคะแนนได้ถึง 21 คะแนนก่อนจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น

8. ฟุตซอล

การเล่นฟุตซอลจะแบ่งออกเป็นสองทีม โดยแต่ละทีมมีทั้งหมด 5 คน รวมผู้รักษาประตูข้างละ 1 คน ลูกบอลที่ใช้เล่นจะมีขนาดเล็กกว่าลูกฟุตบอลทั่วไป และจะหนักกว่า

9. ฟุตบอล

ฟุตบอล หรือ ซอกเกอร์ เป็นกีฬาประเภททีมที่เล่นระหว่างสองทีมโดยแต่ละทีมมีผู้เล่น 11 คน โดยใช้ลูกบอล เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายว่าเป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลก

10. มวยปล้ำ

มวยปล้ำอาชีพเริ่มเป็นที่นิยมในทวีปยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และในภายหลัง ได้รับการเผยแพร่เข้ามาในแถบทวีปอเมริกาทั้งหมด ไปจนถึงหมู่เกาะบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก, ทวีปออสเตรเลีย, และทวีปเอเชีย ในวงการมวยปล้ำอาชีพของโลก มีนักมวยปล้ำอาชีพ, บุคคลในวงการ, และผู้รับชม มากที่สุดในสหรัฐอเมริกา, ประเทศแคนาดา, ประเทศเม็กซิโก, และ ประเทศญี่ปุ่น

11. รักบี้

รักบี้ เป็นกีฬาชนิดหนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากโรงเรียนรักบี้ (Rugby School) ในเมืองรักบี้ ในเขตวอร์วิกเชียร์ ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นจาก ในปี ค.ศ. 1826 ขณะนั้นเป็นการแข่งขัน ฟุตบอล ภายในของโรงเรียนรักบี้ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองรักบี้ ประเทศอังกฤษ ผู้เล่นคนหนึ่งชื่อ วิลเลียม เวบบ์ เอลลิส (William Webb Ellis)[1] ได้ทำผิดกติกาการแข่งขันที่วางไว้ โดยวิ่งอุ้มลูกบอลซึ่งตัวเขาเองไม่ได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู และได้วิ่งอุ้มลูกบอลไปจนถึงเส้นประตูฝ่ายตรงข้าม เขาจะจงใจหรือไม่ก็ตามแต่ แต่การเล่นที่นอกลู่นอกทางของเขาได้เป็นที่พูดถึงอย่างแพร่หลาย ในหมู่ผู้เล่นและผู้ดูจนแพร่กระจายไปตามโรงเรียนต่างๆในอังกฤษ โดยเฉพาะในหมู่นักเรียนของโรงเรียนเคมบริดจ์ ได้นำเอาวิธีการเล่นของ นายเอลลีส ไปจัดการแข่งขันโดยเรียกชื่อเกมชนิดใหม่นี้ว่า รักบี้เกมส์ (Rugby Games) ภายหลังจากนั้นก็เป็นที่นิยมเล่นกันมากขึ้น ทั้งได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขการเล่นเรื่อยมาในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1823

12. วอลเลย์บอล

เป็นกีฬาที่แข่งขันกันระหว่าง 2 ทีม ทีมละ 6 คน รวมตัวรับอิสระ 1 คน โดยแบ่งแดนจากกันด้วยตาข่ายสูง แข่งทำคะแนนจากลูกบอลที่ตกในเขตแดนของฝ่ายตรงข้ามเพื่อตีลูกวอลเลย์บอลลงแดนศัตรู

13. วอลเลย์บอลชายหาด

เป็นกีฬากลางแจ้งชนิดหนึ่ง โดยใช้ผู้เล่นประเภททีม แต่ละทีมจะมีผู้เล่นเพียง 2 คน ไม่มีผู้เล่นสำรอง ไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เล่นบนพื้นสนามทราย บริเวณริมชายหาดทะเล โดยมีตาข่ายกั้นกลางระหว่างทีมแข่งขัน อาศัยการเล่นด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ ห้ามพักลูก หรือเล่นลูกสองจังหวะ ยกเว้นเป็นการรับลูกตบที่มาด้วยความรุนแรง จึงจะอนุญาตให้ผู้เล่นสามารถพักลูกได้เพียงเล็กน้อย ส่งลูกบอลให้ทีมที่ร่วมแข่งโดยการตีลูกบอลด้วยมือหรือแขนเพียงข้างเดียว เพื่อให้ลูกบอลข้ามตาข่ายไปลงยังแดนของคู่แข่งขัน ทีมใดตบลูกให้ฝั่งตรงข้ามรับไม่ได้ ทีมนั้นจะเป็นฝ่ายชนะ

14. ฮอกกี้

เป็นกีฬาแข่งขันกันระหว่าง 2 ทีม มีผู้เล่นฝ่ายละ 11 คน โดยการตีลูกบอล ที่มีลักษณะกลม แข็ง ที่เรียกว่า ลูกพัค (puck) ให้เข้าโกลด์ตะข่ายของฝั่งตรงกันข้าม โดยจะให้ลูกบอลถูกส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไม่ได้ เว้นผู้รักษาประตูที่มีสิทธิใช้เท้าเตะและมือปัดลูกบอลได้แต่ก็เฉพาะในเขตที่ยิงประตูเท่านั้น การยิงประตูที่ถือว่าได้ประตูต้องเป็นการยิงจากภายในเขตประตู คือภายในเขต 16 หลา โดยมีเส้นโค้งเป็นเครื่องหมาย เรียกกันเป็นที่เข้าใจว่าหัวกะโหลก คือจะต้องพาลูกเข้าไปยิงประตูภายในหัวกะโหลกนั้น

15. แฮนด์บอล

กีฬาแฮนด์บอลได้เริ่มต้นมาจากประเทศเยอรมัน (GERMAN) 
ในราวศตวรรษที่ 19
 โดยครูสอนพลศึกษาชื่อ ดอนเเรด คอช (Donrad Koch)
ซึ่งได้ดัดเเปลงวิธีการเล่นอาศัยทักษะพื้นฐานจากการเล่นฟุตบอลเเละบาสเกตบอล ระยะเเรกเรียกชื่อกีฬาแฮนด์บอลแตกต่างกันเช่น ฮอกกี้มือ โปโลบก เเละมีจำนวนผู้เล่นทีมละ 11
 คนเหมือนฟุตบอล

16. e-sports

คือกีฬาประเภทบุคคลหรือทีมชนิดหนึ่ง กรมกีฬาได้จัดEsportเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาที่เกี่ยวกับกับการแข่งขันวิดีโอเกม โดยมีการแข่งตามประเภทของวิดิโอเกมเช่น เกมวางแผนการรบเกมต่อสู้เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งโมบา การแข่งขันนั้นแบ่งออกเป็นระดับสมัครเล่น กึ่งอาชีพ และระดับมืออาชีพ รวมถึงมีรายการแข่งขันและลีกต่าง ๆ เช่นเดียวกับกีฬาทั่วไป ในปี 2017 ผู้ชมอีสปอร์ตมีจำนวนรวมทั้งสิ้นประมาณ 385 ล้านคนทั่วโลก